ทำที่ บริษัท เจเนอรัลคาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด
เลขที่ 87/1 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร


ข้าพเจ้า ผู้มีชื่อปรากฏและลงลายมือชื่ออยู่ด้านหน้าของคำขอรับสินเชื่อนี้ (ผู้กู้) ตกลงขอรับสินเชื่อเซ็นทรัล เอ็กซ์คลูซีฟ แคช  จากบริษัท เจเนอรัลคาร์ด
เซอร์วิสเซส จำกัด (ผู้ให้กู้)     ในวงเงินตามที่ผู้ให้กู้จะได้อนุมัติ และตกลงว่าจะปฏิบัติและยินยอมผูกพันตนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ของการให้สินเชื่อเซ็นทรัล
เอ็กซ์คลูซีฟ แคช  ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ รวมทั้งที่ผู้ให้กู้จะได้กำหนดและให้มีผลใช้บังคับเป็นคราวๆ ไปทุกประการ

1. ผู้กู้ตกลงขอรับสินเชื่อเซ็นทรัล เอ็กซ์คลูซีฟ แคช จากผู้ให้กู้ และผู้ให้กู้ตกลงให้สินเชื่อเซ็นทรัล เอ็กซ์คลูซีฟ แคช แก่ผู้กู้ในวงเงินสินเชื่อตามที่ผู้ให้กู้จะพิจารณาอนุมัติ
และแจ้งให้ผู้กู้ทราบ   ผู้กู้รับทราบและตกลงว่าผู้กู้อาจขอรับเงินกู้ทั้งหมดในคราวเดียวหรือจะขอรับเงินกู้ส่วนที่เหลือเป็นคราวๆไป ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่า
จำนวนขั้นต่ำที่ผู้ให้กู้กำหนดภายในวงเงินที่ได้รับการอนุมัติจากผู้ให้กู้ โดยผู้กู้จะลงลายมือชื่อในคำขอรับสินเชื่อตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือปฏิบัติตามวิธีการขอรับเงินกู้
ตามข้อ 3. หรือวิธีอื่นที่ผู้ให้กู้กำหนดเป็นคราวๆ ไป และให้ถือว่าจำนวนที่ผู้กู้ขอรับไปทั้งหมดเป็นจำนวนเงินกู้ตามสัญญานี้

สินเชื่อเซ็นทรัล เอ็กซ์คลูซีฟ แคช เป็นสินเชื่อประเภทวงเงินกู้หมุนเวียนแบบมีกำหนดระยะเวลาชำระคืนที่แน่นอน และ/หรือแบบมีกำหนดการชำระคืนขั้นต่ำ   ผู้กู้มีสิทธิ
ร้องขอใช้วงเงินสินเชื่อประเภทหนึ่งประเภทใดหรือทุกประเภท อย่างไรก็ตาม ผู้ให้กู้สงวนสิทธิในการพิจารณาเปิดใช้ ระงับหรือเปลี่ยนแปลงประเภทของสินเชื่อที่ให้บริการ
และพิจารณาอนุมัติการให้วงเงินสินเชื่อแก่ผู้กู้ตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้

2. วงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้อนุมัติตามข้อ 1 เป็นวงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้สามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลด)ในภายหลัง โดยพิจารณาจากประวัติ
และลักษณะการใช้วงเงิน ประวัติการชำระหนี้ ของผู้กู้รวมถึงระยะเวลาที่ท่านเป็นผู้กู้ของผู้ให้กู้ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้ ทั้งนี้การปรับเพิ่มหรือ ลดวงเงินต่างๆ
ดังกล่าว อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบบัญชีหรือตามแต่ที่ผู้ให้กู้ เห็นสมควร ในกรณีที่ผู้ให้กู้พิจารณาอนุมัติให้วงเงินสินเชื่อแก่ผู้กู้เท่าเดิมหรืออนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม
ให้แก่ผู้กู้ ผู้กู้จะมีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อจากผู้ให้กู้ได้ต่อไป ในกรณีที่ผู้ให้กู้พิจารณาลดวงเงินสินเชื่อหรือไม่อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้กู้ ผู้กู้จะไม่มีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อส่วน
ดังกล่าวจากผู้ให้กู้อีก ทั้งนี้ ไม่กระทบกับสินเชื่อที่ผู้กู้ได้เบิกถอนไปแล้ว ซึ่งผู้กู้จะต้องชำระคืนต้นเงินกู้ และดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายใดๆที่
ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวนที่ผู้กู้มีต่อผู้ให้กู้ภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้กับผู้ให้กู้

3. เพื่อประโยชน์แห่งการรับและให้สินเชื่อตามคำขอรับสินเชื่อฉบับนี้ ผู้กู้ตกลงว่า การเบิกถอนสินเชื่ออาจทำได้หลายวิธี เช่น
  • การฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผู้กู้มีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ เมื่อผู้ให้กู้ได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้กู้แล้ว ให้ถือว่าผู้กู้ได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่วันที่ผู้ให้กู้
    นำเงินที่ผู้กู้ขอเบิกถอนเข้าบัญชีของผู้กู้ ไม่ว่าผู้กู้จะได้เบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม หากผู้กู้ต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด
    ของบัญชีเงินฝากธนาคาร ผู้กู้ตกลงแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด
  • การทำคำขอเบิกใช้วงเงินสินเชื่อตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด ผู้ให้กู้จะส่งมอบเงินตามที่ผู้กู้ร้องขอโดยผู้กู้จะต้องลงนามในเอกสารการรับเงินกู้ตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด
  • ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบ ออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ของ
    ทางบริษัท โดยผู้กู้จะต้องใช้รหัสประจำตัวที่ผู้ให้กู้กำหนดและจัดส่งให้ผู้กู้หรือที่ผู้กู้ลงทะเบียนได้มาแล้ว และปฏิบัติตามวิธีการเบิกต้นเงินที่ผู้ให้กู้กำหนด  ทั้งนี้ใน
    การเบิกถอนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบต่อความเสียหายและจำนวนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆทั้งหมด เปรียบเสมือน
    ผู้กู้ได้ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ด้วยตัวเองในทุกกรณี ในกรณีการเบิกต้นเงินกู้ทางโทรศัพท์ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบ
    ออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ของทางบริษัท ดังกล่าวให้ถือต้นเงินกู้จากการเบิกทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเป็นอีกจำนวนหนึ่งที่ผู้กู้ได้รับตามสัญญากู้ที่ผู้กู้ทำไว้กับ
    ผู้ให้กู้ก่อนหน้านี้
ง.     สำหรับผู้กู้ที่สามารถเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ผู้กู้สามารถเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM)
ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ/หรือธนาคารอื่นที่เข้าร่วมเครือข่ายเอทีเอ็มพูล (ATM POOL) โดยการใช้บัตรสมาชิกกับเลขรหัสประจำตัวที่ผู้ให้กู้ออกให้
โดยการใช้บริการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่อง ATM ผู้กู้รับทราบว่าผู้กู้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการดังกล่าวตามอัตราที่
ผู้ให้กู้ประกาศไว้ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM ที่อยู่ภายใต้เครือข่ายมากกว่า 1 เครือข่ายนั้นการเก็บค่าใช้จ่ายจะเก็บ
เพียงเครือข่ายเดียว/ ครั้ง ตามรายละเอียดที่ผู้ให้กู้ได้แจ้งให้ผู้กู้ทราบในคู่มือการใช้บริการผลิตภัณฑ์ของผู้ให้กู้ 

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขอรับเงินสด/สินเชื่อ ผู้ให้กู้จะทำการแจ้งให้ผู้กู้ทราบต่อไป

ผู้กู้ตกลงว่าการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อ 5 นี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่ตกลงกับบริษัทซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) โดยการทำคำขอ
รับเงินสด/สินเชื่อของผู้กู้ (ข) ผ่านทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบ ออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์
ของทางบริษัท (ค) ผ่านเครื่อง EDC และ/หรือ (ง) จากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ นั้น ให้การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อและให้
บรรดาใบนำฝากเงินเข้าธนาคาร รายงานการเบิกจ่ายบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติหรือรายการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของผู้กู้

4. ผู้กู้ตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ดังต่อไปนี้

4.1  ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราที่ตกลงกับผู้ให้กู้ (รวมเรียกว่า “ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ” เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตรา
สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปีและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราสูงสุดไม่เกิน 13% ต่อปี) ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามอัตราที่ผู้ให้กู้
ประกาศกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับ
สินเชื่อจากผู้ให้กู้
4.2 หากผู้กู้ไม่ชำระเงินหรือชำระไม่ครบถ้วน ตามจำนวนที่ผู้ให้กู้เรียกเก็บในแต่ละเดือน ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้นำยอดคงค้างของเดือนนั้น พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้
เรียกเก็บในขณะนั้น และ/หรือค่าธรรมเนียม ค่าปรับใดๆ มาเรียกเก็บจากผู้กู้ในงวดบัญชีถัดไปทั้งจำนวน
4.3หากมีการติดตามทวงถามให้ผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ค้างชำระ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใดๆ ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ให้กู้จนเต็มจำนวน
ซึ่งรวมทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

5. ผู้กู้ตกลงชำระคืนเงินกู้เป็นรายงวดต่อเดือนตามที่จะได้ทำความตกลงกับผู้ให้กู้ ผู้ให้กู้จะส่งใบแจ้งยอดบัญชีเพื่อเรียกเก็บค่างวดจากผู้กู้เป็นรายเดือนล่วงหน้าก่อนวันถึง
กำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และผู้กู้ตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี

ทั้งนี้ยอดเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยที่ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือนนี้อาจมีจำนวนแตกต่างกันตามยอดรวมต้นเงินกู้ที่ผู้กู้ได้เบิกใช้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ หากผู้กู้ชำระสินเชื่อ
ก่อนวันที่กำหนดในงวดใดๆ ให้ถือว่าผู้กู้ยินยอมให้นำเงินค่างวดดังกล่าวหักเข้าบัญชีเพื่อหักหนี้คงค้างของผู้กู้ ณ วันที่ผู้ให้กู้ได้รับชำระเงินจากผู้กู้

กรณีที่ผู้กู้ไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมด หรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่
ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชี ผู้ให้กู้จะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่ผู้กู้โต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้กู้ทราบโดยเร็วที่สุด หากผู้กู้เพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและ
ยอดหนี้ ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่ผู้กู้จะพิสูจน์ได้ว่ารายการและ ยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชี ดังกล่าวไม่ถูกต้องและ ความไม่ถูกต้องนั้น
ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของผู้กู้เอง ทั้งนี้ผู้กู้ต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชี

6. ผู้กู้ตกลงและรับทราบว่าผู้กู้อาจชำระเงินกู้คืนทั้งหมดก่อนกำหนดตามที่จะได้ตกลงกับผู้ให้กู้ โดย ผู้กู้ต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี และ ผู้กู้ต้อง
ชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่ผู้ให้กู้ทั้งจำนวน ก่อนครบ
กำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป ทั้งนี้ ผู้ให้กู้สงวนสิทธิที่จะ คิดค่าปรับชำระหนี้คืนก่อนกำหนดโดยค่าปรับดังกล่าวจะเท่ากับผลต่างของ (1) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่คำนวณบนยอดเงินต้นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ณ วันที่ผู้กู้เบิกใช้สินเชื่อถึงวันที่ผู้กู้ทำการชำระคืนในวันที่มีการชำระสินเชื่อคืนก่อน
ระยะเวลาที่กำหนด ลบด้วย (2) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้กู้ได้ชำระจริงทั้งหมดให้แก่ผู้ให้กู้จนถึงวันที่ผู้กู้มีการชำระสินเชื่อคืนก่อนระยะเวลาที่กำหนด
และหากเป็นกรณีที่ค่าธรรมเนียมสินเชื่ออัตราพิเศษต่ำกว่าอัตราปกติ ผู้ให้กู้ยังขอสงวนสิทธิที่จะปรับค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษดังกล่าวกลับมาเป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
ในอัตราปกติที่ผู้ให้กู้สามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด  ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม
เมื่อรวมค่าปรับดังกล่าวกับจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้กู้ต้องชำระจะต้องไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ให้กู้สามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

7. ผู้กู้ตกลงชำระค่างวดเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ตามคำขอรับสินเชื่อฉบับนี้
โดยวิธีดังต่อไปนี้
  • ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่ผู้ให้กู้แจ้งให้ทราบตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ชำระเงินที่จุดบริการรับชำระเงินที่ห้างเซ็นทรัล และเซน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ชำระเงินผ่านบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ชำระเงินผ่านบริการของที่ทำการไปรษณีย์ (PAY AT POST) ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ชำระเงินผ่านศูนย์บริการลูกค้าทีโอที (Just Pay) ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ชำระเงินผ่านมือถือ ผ่านบริการ True Money เฉพาะผู้ใช้มือถือ True Move หรือชำระผ่านบริการ mPAY เฉพาะผู้ใช้มือถือระบบ เอไอเอส วันทูคอล
    และเอไอเอส จีเอ็สเอ็ม เท่านั้น ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ชำระโดยวิธีหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้กู้และธนาคาร
  • ชำระโดยวิธีการอื่น ๆ ที่ผู้ให้กู้จะกำหนดและแจ้งให้ผู้กู้ทราบ
ทั้งนี้ ในการชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ ผู้กู้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการแต่ละรายกำหนดและผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการใช้บริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการ
รับชำระเงินแต่ละรายกำหนด โดยอาจจะชำระให้กับผู้ให้บริการโดยตรงหรือผู้ให้กู้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการนี้ในใบแจ้งยอดบัญชีเดือนถัดไป (ตามแต่กรณี) ทั้งนี้
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของผู้ให้บริการแต่ละราย
ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้นำเงินที่ได้รับจากผู้กู้ไปชำระดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และหนี้เงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระหรือค้างชำระอยู่และหากยังมีเงิน
คงเหลือจึงนำไปชำระหนี้สินเชื่อที่ถึงกำหนดชำระ หรือค้างชำระอยู่ต่อไป หรือในลำดับก่อนหลังตามที่ผู้ให้กู้เห็นควรหรือในลำดับก่อนหลังตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี

8. ผู้กู้ตกลงและรับทราบผู้กู้อาจชำระเงินกู้คืนทั้งหมดก่อนกำหนดตามที่จะได้ตกลงกันบริษัท โดยผู้กู้ต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี และผู้กู้ต้อง
ชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัททั้งจำนวน ก่อนครบ
กำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิที่จะคิดค่าปรับชำระหนี้คืนก่อนกำหนด (ตามแต่กรณี) โดยค่าปรับดังกล่าวจะเท่ากับ
ผลต่างของ (1) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่คำนวณบนยอดเงินต้นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ณ วันที่ผู้ถือบัตรเบิกใช้สินเชื่อถึงวันที่ผู้ถือบัตรทำการชำระคืน
ในวันที่มีการชำระสินเชื่อคืนก่อนระยะเวลาที่กำหนด ลบด้วย (2) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้กู้ได้ชำระจริงทั้งหมดให้แก่บริษัทจนถึงวันที่ผู้กู้มีการ
ชำระสินเชื่อคืนก่อนระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม

เมื่อรวมค่าปรับดังกล่าวกับจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้กู้ต้องชำระจะต้องไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทสามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

9.  กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา

9.1) ผู้กู้ผิดนัดชำระค่างวดที่ถึงกำหนดชำระไม่ว่างวดหนึ่งงวดใดไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือบุคคลใดๆ หรือผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระกับผู้ให้กู้เมื่อถึงกำหนดชำระเป็นจำนวนรวมกัน
ตั้งแต่ 2 งวดขึ้นไปภายในรอบ 6 เดือน
9.2) ผู้กู้ไม่ปฏิบัติตนตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้  (นอกจากการผิดนัดชำระค่างวดตามข้อ 9.1) และผู้กู้ไม่ได้ดำเนินการแก้ไข
ข้อผิดสัญญาดังกล่าวตามที่ผู้ให้กู้ได้แจ้งให้ทราบและภายในเวลาที่ผู้ให้กู้กำหนด
9.3) ผู้กู้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จในการสมัครเป็นผู้กู้ไม่ว่าข้อความอันเป็นเท็จนั้นจะได้ปรากฎ  หรือเป็นที่รับทราบของผู้ให้กู้ในภายหลังการรับเป็นผู้กู้
9.4) ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่ผู้ให้กู้ให้ความเห็นชอบ และผู้กู้ได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้า หรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ โดยการคืนสินค้า
หรือเลิกใช้บริการ หรือลักษณะอื่นซึ่งผู้ให้กู้เห็นว่าผู้กู้ไม่มีเจตนา หรือความประสงค์จะซื้อสินค้า หรือใช้บริการตามวัตถุประสงค์ของการซื้อสินค้าตามปกติ
9.5) เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของผู้กู้หรือรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆ (หรือผู้กู้มีภาระหนี้หรือวงเงินไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินอื่นสูงเกินกว่ารายได้)
และผู้ให้กู้พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้กู้เป็นผู้มีฐานะการเงินไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ หรือผู้กู้ประสบปัญหาอื่นใดอันเป็นสาระสำคัญซึ่งมีผลต่อการชำระหนี้ของผู้กู้ (รวมถึง
แต่ไม่จำกัดเพียงการประสบปัญหาการว่างงาน การเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือการทุพพลภาพ)ผู้กู้ประสบปัญหาการว่างงาน การเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือทุพพลภาพ  หรือปัญหาอื่นใด
(รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินหรือรายได้ของผู้กู้) ซึ่งเป็นสาระสำคัญอันมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้  รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
กรณีที่ ผู้กู้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระเมื่อถึงกำหนดชำระไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือบุคคลใดๆ
  • ผู้ให้กู้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้กู้ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์และ/หรือมีพฤติกรรมหรือคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมในการใช้สินเชื่อ รวมถึงการใช้สินเชื่อเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
    หรือมีพฤติกรรมการใช้สินเชื่อในทางฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการปลอมและการใช้เอกสารปลอมใน
    การขอใช้สินเชื่อ และ/หรือการกระทำอันมีลักษณะฟอกเงิน) หรือเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
  • กรณีที่ผู้กู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือถึงแก่กรรม หรือสาบสูญ หรือถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • ผู้กู้ถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือเป็นบุคคลที่ถูกหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจมีคำสั่งให้ยึด/อายัดทรัพย์
    หรือมีพฤติกรรมอันถือได้ว่าเป็นการฉ้อฉลผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินอื่น
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย กฎกระทรวง และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญแก่การประกอบกิจการ
    ของผู้ให้กู้และ/หรือการให้บริการของผู้ให้กู้ตามสัญญาฉบับนี้และผู้ให้กู้ตัดสินใจยกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้
  • ในกรณีที่ผู้กู้ไม่มียอดคงค้าง ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านบัญชีของผู้กู้ ไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่ได้มีการติดต่อกับผู้ให้กู้ และ/หรือผู้ให้กู้ไม่สามารถติดต่อผู้กู้ได้
    (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
9.11) กรณีอื่นๆ ตามที่ผู้ให้กู้จะประกาศให้ทราบต่อไป

10.   เมื่อเกิดเหตุ ตามที่กำหนดในข้อ 9.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้กู้มีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้บัตรชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่ผู้ให้กู้ได้ส่งคำ
บอกกล่าวให้แก่ผู้กู้ตามหลักเกณฑ์การบอกกล่าวตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้  เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญา และเตือนให้ผู้กู้ดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือ
ผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด (ในกรณีที่สามารถแก้ไขได้แต่ไม่ได้แก้ไข) ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้ทันที พร้อมทั้งเรียกให้ผู้กู้ชำระคืนเงินที่ค้างชำระ
ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่ผู้กู้มีต่อผู้ให้กู้ได้ทันที และผู้กู้ตกลงรับผิด
ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้กู้ สำหรับบรรดาความเสียหายที่ผู้ให้กู้ได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ให้กู้ตามกฎหมาย
หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าผู้ให้กู้สละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ผู้กู้แต่ประการใด

11. ในระหว่างที่มีเหตุผิดสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 10) ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่มอบให้กับผู้กู้ใน
ช่วงระหว่างระยะเวลาดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีที่ผู้กู้ได้รับอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษ (ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 4.1) โดยเมื่อมีเหตุผิดสัญญา
เกิดขึ้น ผู้ให้กู้สงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษที่ผู้กู้ได้รับให้เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่ออัตราปกติ จนกว่าแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข
โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้กู้ต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า

12. ในกรณีที่ผู้กู้ย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน ผู้กู้จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้กู้ทราบทันที ทั้งนี้ ผู้ให้กู้จะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้กู้
ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ    บรรดาเอกสาร หรือหนังสือใด ๆ ที่ผู้ให้กู้ส่งไปยังผู้กู้ ไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียน หรือให้คนนำไปส่งเองก็ตาม
ถ้าหากส่งไปยังที่อยู่ และ/หรือที่ทำงานตามที่แจ้งไว้ให้ถือว่าส่งให้ผู้กู้แล้วโดยชอบ ทั้งนี้ไม่จำต้องคำนึงว่าจะถึงตัวผู้กู้หรือมีผู้ใดรับไว้หรือไม่ก็ตาม

13. ในกรณีที่บัตรสูญหาย หรือถูกโจรกรรม หรือผู้กู้ประสงค์ขอระงับการใช้บัตร ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรทันที หลังจากผู้ให้กู้ได้รับ
แจ้งแล้วผู้ให้กู้จะระงับการให้บริการดังกล่าวภายใน 5 นาที นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง หากผู้ให้กู้ไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้น และมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ ผู้กู้ต้องรับผิดชอบชดใช้
หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้ง หากปรากฏโดยชัดแจ้งว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้กู้เองสำหรับ
กรณีการเบิกถอนเงินสด ผู้กู้จะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่เบิกตลอดจนค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าจนกว่าผู้ให้กู้จะได้รับแจ้งว่าผู้กู้ประสงค์จะขอระงับการใช้บัตร
และ ผู้ให้กู้ได้ระงับการให้บริการบัตรแล้ว

14. ผู้กู้ตกลงยินยอมให้ผู้ให้กู้ ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด/บริษัทข้อมูลเครดิต เปิดเผยหรือให้ข้อมูลเครดิตของผู้กู้แก่บริษัทซึ่งเป็นผู้กู้หรือผู้ใช้บริการของบริษัทข้อมูลเครดิต
เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์สินเชื่อ ตามคำขอสินเชื่อ/ขอปรับวงเงินสินเชื่อของผู้กู้ และ/หรือรวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการทบทวนสินเชื่อ ต่ออายุสัญญาสินเชื่อ ปรับลดวงเงิน
สินเชื่อ การบริหารและป้องกันความเสี่ยงตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดและผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้สามารถ
นำผลการตรวจสอบดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้ว่ามีลักษณะเข้าข่ายกรณีต่างๆ ตามข้อ 8 หรือไม่ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงประเภทบัญชีสินเชื่อ
ชื่อเรียกของสินเชื่อ เลขที่บัญชีสินเชื่อ และ/หรือการโอนบัญชีสินเชื่อเดิมของผู้กู้ ผู้กู้ตกลงและยินยอมให้ผู้ให้กู้ใช้หนังสือให้ความยินยอมฉบับเดิมหรือหลักฐานการให้ความ
ยินยอมที่ผู้กู้ได้เคยให้ไว้กับผู้ให้กู้สำหรับบัญชีสินเชื่อใหม่ได้โดยไม่จำต้องขอความยินยอมในเรื่องดังกล่าวจากผู้กู้อีกเพื่อประโยชน์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น

15. ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้โอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยผู้ให้กู้จะส่งคำบอกกล่าวการโอนให้ผู้กู้
ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

16.ผู้ให้กู้สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ได้ตามความเหมาะสม และให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไข
ของสัญญาฉบับนี้ โดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบโดยการปิดประกาศที่สำนักงานหรือสาขาของผู้ให้กู้   ทาง website www.centralexclusivecash.com ทางหนังสือพิมพ์
รายวันภาษาไทย หรือทางไปรษณีย์  ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น    ผู้ให้กู้จะมีหนังสือบอกกล่าวแก่ผู้กู้ทราบก่อนที่จะถือปฏิบัติล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบ
(30)วัน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทางไปรษณีย์ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยล่วงหน้าไม่น้อยกว่า (7) วัน
โดยในกรณีประกาศทางหนังสือพิมพ์ ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทางไปรษณีย์อีกครั้งหนึ่ง

17. ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่ผู้กู้ได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่ผู้ให้กู้อาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) ถือเป็นส่วนหนึ่ง
ของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย
ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ตามกฎหมายให้ส่วนอื่นๆของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบ
ด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น
ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจข้อตกลงและเงื่อนไขของสัญญาให้สินเชื่อเงินสดฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์   และความประสงค์ของผู้กู้ทุกประการ
จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อเซ็นทรัล เอ็กซ์คลูซีฟ แคช และผู้กู้จะได้รับสำเนาสัญญาให้สินเชื่อเซ็นทรัล เอ็กซ์คลูซีฟ แคชพร้อมหนังสืออนุมัติเงินกู้